วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558


                                                   Inside Out

          ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ หรือกระบวนการทางจิตใต “Inside Out” ถ้าดูเป็นหนังเรื่องหนึ่งก็บันเทิงดี แต่จะสนุกยิ่งขึ้นสำหรับคนที่พอจะมีพื้นฐานทางด้านจิตวิทยามาบ้าง เพราะจะทำให้เข้าใจว่า ฉากแต่ละฉาก เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ในเรื่องนั้นจำลองมาจากกระบวนการทางจิตแบบใด หนังเรื่องนี้ยังน่าจะจุดความสนใจในตัวจิตวิทยาให้ใครหลายคนได้



          “Inside Out” ได้จำลองสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเรา ว่าถ้าอารมณ์แต่ละด้านของเรามีตัวตน มันจะทำอะไร จะพูดอะไร ซึ่งในที่นี้ Inside Out ได้แบ่งอารมณ์ของมนุษย์แต่ละคนออกเป็น 5 ประเภท 5 ตัวละคร คือ “ลั้ลลา” (Joy)“ฉุนเฉียว” (Anger) “หยะแหยง” (Disgust) “กลั๊วกลัว” (Fear) และ “เศร้าซึม” (Sadness) ทั้ง 5 ตัวละครเป็นตัวคอยควบคุมอารมณ์ของบุคคลที่แสดงออกมาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ อย่างไรก็ตาม บทบาทของอารมณ์แต่ละแบบนั้นมีไม่เท่ากัน ซึ่งในกรณีของ “Riley” เด็กสาววัย 11 ปี ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง “Joy” เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการเจริญเติบโตของเด็กคนนี้เยอะสุด เห็นได้จากความทรงจำหลักของ Riley ที่เป็นความทรงจำด้านความสุขเป็นส่วนใหญ่ ลั้นลาภูมิใจในบทบาทของเธอ จนพยายามเข้าไปจำกัดอารมณ์ “เศร้าซึม” โดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่าจะทำให้ Riley หมดความสุขไป ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุให้ทั้ง “Joy” และ “Sadness” หลุดออกจากศูนย์ควบคุมอารมณ์ ทั้ง 2 ต้องหาวิธีกลับไปยังฐานไม่ได้ ไม่อย่างนั้นบุคลิกภาพของ Riley ที่เพียรสร้างมาอาจพังทลายลงทั้งหมด  นั่นคือเรื่องราวคร่าวๆ ของ “Inside Out” 
          อย่างหนึงที่ Inside Out บอกกับเราก็คือ มนุษย์มีตัวอารมณ์ทั้ง 5 อยู่ในตัวด้วยกันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะแสดงอารมณ์ไหนออกมามากกว่า ซึ่งความโน้มเอียงทางด้านอารมณ์นี้ทำให้แต่ละคนมีบุคลิกภาพ/ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป ความคิดเดียวกันแต่กำหนดโดยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ก็ย่อมจะส่งผลต่อการแสดงออกที่แตกต่างกันด้วย ในบรรดาอารมณ์ทั้ง 5 นี้ ถ้าให้เลือกได้หลายคนก็คงอยากเลือกความสุขเป็นหลัก แต่ Inside Out ไปไกลกว่านั้นตรงที่แทนจะจบแค่ว่า “จงมามีความสุขกันเถอะ” แต่ให้ข้อคิดว่า ทุกอารมณ์ล้วนสำคัญด้วยกันทั้งนั้นแม้แต่“ความเศร้า” ก็ตาม ในบางครั้งการพยายามกดความเศร้าเอาไว้ และแสดงออกว่าตัวเองมีแต่ความสุข อาจให้ผลร้ายกลายเป็นความเก็บกด จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัวได้


พัฒนาการ
          เพื่อนในจิตนนาการ ซึ่งในหนังนำเสนอผ่านตัว “Bing Bong” ที่มีส่วนผสมของสัตว์หลายชนิด ตลอดจนจินตนาการในวัยเด็กต่างๆ อาทิ เมืองเมฆ ผู้ชายในอุดมคติ ปราสาทไพ่ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในวัยเด็กของ Riley แต่เมื่อ Riley โตขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆ หมดความสำคัญลงไป โชคดีหน่อยคือไปอยู่ในกลุ่มความทรงจำระยะยาว หรือโชคร้ายหน่อยก็ถูกลืมไปตลอดกาล นั่นคือสิ่งที่ต้องแลกกับการเติบโต 


เรียนรู้อะไรบ้างจาก Inside Out
          เราจะเห็นได้ชัดมากจากตอนท้ายเรื่องที่ Riley กำลังแข่งฮอกกี้อยู่ ซึ่งเป็นการควบคุมแผงควบคุมที่อยู่ในหนัง ซึ่ง“ลั้ลลา” (Joy)“ฉุนเฉียว” (Anger) “หยะแหยง” (Disgust) “กลั๊วกลัว” (Fear) และ “เศร้าซึม” (Sadness) ทั้ง 5 ตัวละครในตอนนั้นให้ร่วมมือช่วยกันควบคุมอารมณ์ของ Riley ซึ่งแต่แตกต่างกันออกไปตามสถาณการณ์ ซึ่งเป็นผลดีต่อ Riley และยังแสดงให้เห็นว่าอารมณ์ทุกอารมณ์นั้นมีความสำคัญพอๆกัน และเขาแสดงให้เห็นว่าแต่ละอารมณ์ต่างก็สามารถสร้างความสุขได้เหมือนๆกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง แต่ให้คงใว้ในความพอดี ไม่งั้นชีวิตคงไม่มีความสุข


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น